“ผู้นำสิงคโปร์”สส.งดรับเงินเดือน! จ่ายโบนัส ทีมแพทย์ต้านโควิด

จากกรณีสถานการณ์ในบ้านเรา ไม่มีอะไรที่น่ากลัวกว่านี้แล้วสำหรับสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด19 ซึ่งประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงระมัดระวัง การเสี่ยงติด COVID 19 การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID 19 ที่หลายประเทศเฝ้าติดตาม รวมถึงออกประกาศมาตรการป้องกันในทุกช่องทางอย่างเข้มงวด และทุกวันนี้มีโอกาสติดต่อ COVID ได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ หลังจากที่มีผู้ป่วยเดินทางไปประเทศสุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่จงใจปกปิดข้อมูล ทำให้มีผลกระทบเป็นวงกว้างนั้น โดยล่าสุด มีเรื่องราวประทับใจ เกิดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวกับการรับมือไวรัสร้ายดังกล่าว สำนักข่าวใหญ่ของสิงคโปร์ที่ชื่อว่า แชลแนลนิวส์เอเชียของสิงคโปร์รายงานว่า รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมมอบโบนัสเป็นกรณีพิเศษสูงสุดถึง 1 เดือน แก่บรรดาเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ในทุกส่วนที่เป็นแนวหน้าในการรับมือกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ควบคืบหน้าดังกล่าวมาจากนาย Heng Swee Keat รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีการคลังของสิงคโปร์เผยต่อรัฐสภา โดยโบนัสพิเศษที่จะมอบให้นี้ รวมไปถึงข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นๆทุกภาคส่วนในแนวหน้าของการสกัดและรับมือการแพร่ระบาดของไวรัส แม้ว่าเราจะไม่สามารถขอบคุณพวกเขาได้ทั้งหมด แต่เราสามารถแสดงความชื่นชมและการสนับสนุนการทำงานของพวกเขาได้อย่างเป็นรูปธรรม”นาย Hengกล่าว รองนายกสิงคโปร์ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนางฮาลิมา ยาคอบ ประธานาธิบดีสิงคโปร์ คณะรัฐมนตรี และสส.ในสภาทุกภาคส่วนต่างเห็นชอบร่วมกัน ในการไม่ขอรับเงินเดือน 1 เดือน เพื่อสนับสนุนโบนัสพิเศษแก่บุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่อยู่ในแนวหน้าของการรับมือไวรัสโควิด นาย Heng กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุที่สิงคโปร์สามารถรับมือต่อ Covid-19 อย่างแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพเพราะ ทั้งรัฐบาลและประชาชนมีความเชื่อมั่นอันแรงกล้างร่วมกันเพราะ“เราทุกคนล้วนเผชิญสถานการณ์นี้ด้วยกัน ทั้งนี้ ก็ขอความร่วมมือใส่หน้ากากในพื้นที่แออัดและปฏิบัติตามาระเบียบเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตัวเเองและคนรอบข้าง ที่สำคัญ กินร้อนช้อนกลางล้างมือ ที่มา : Posttoday , แชลแนลนิวส์เอเชียสิงคโปร์

Read More

“ทักษิณ”ขยับ วางแผนขนสื่อไทย สัมภาษณ์เปิดใจที่ดูไบ คนรอชมเพียบ

วันที่ 26 ก.พ. 63 แหล่งข่าวใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขณะนี้นายทักษิณกำลังตรวจสอบรายชื่อของสื่อมวลชนในประเทศไทย เพื่อเตรียมส่งตั๋วเครื่องบินมายังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อให้สัมภาษณ์เปิดใจหลังเป็นครั้งแรก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนักไปแล้ว ขณะนี้กำลังพิจารณาว่า จะเชิญสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์และสื่อทีวีจำนวนเท่าไหร่ ทั้งนี้นายทักษิณ ต้องการเชิญสื่อมวลชนในไทย เพราะที่ผ่านมาให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศมีการตีความที่หลากหลายเกินไป จึงอยากให้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยเพื่อให้เผยแพร่ไปกับมวลชนได้เข้าใจ เพราะมีความน่าเชื่อถือ และที่ผ่านมาจะมีการให้สัมภาษณ์ของบรรดาคนภายในพรรคเพื่อไทย แต่ก็ไม่ได้รับการยืนยันหรือมีวิดีโอยืนยันว่า มีการพูดดังกล่าวจริง ดังนั้นครั้งนี้ นายทักษิณอยากพูดแบบเปิดใจอย่างมาก โดยพร้อมให้อัดเทปและภาพแบบไม่มีกั๊ก และไม่ต้องห่วงเรื่องที่พักอาศัย อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า นายทักษิณ ได้เตรียมไว้หมดแล้ว ตอนนี้ก็รอแค่จะเชิญสื่อฉบับไหนเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่มีเฉพาะสื่อที่สนิทสนมเท่านั้น และอยากเชิญสื่อหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าสื่อดังกล่าวพร้อมมาหรือไม่

Read More

อุ๊ หฤทัย โพสต์เดือดถ้ายุบสภา ก็ตกงานกันหมด ด่า”ส.ส.โง่”

เป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก หลังส.ส. พรรคฝ่ายค้านลุกขึ้นให้นายกประกาศยุบสภา มีการรวบรวมข้อมูลไม่ไว้วางใจให้นายกดำรงตำแหน่งต่อไป ที่ตอนนี้นอกสภาก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยแฮชแท็ก อภิปรายไม่ไว้วางใจ นำโด่งติดอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยประเด็นร้อนรู้ทันIO ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ โดยล่าสุด อุ๊ หฤทัย ได้โพสต์ถึงการเมือง รัวๆ ถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาทิ “ถ้านายกฯ​ ยุบสภา พวกมึงตกงานกันหมดแน่ ไอ้พวกโง่ พรรคก็ถูกยุบ นายทุนพรรคก็ถูกตัดสิทธิ์ มึงเลิกอภิปรายกันเถอะ555 กูอดขำไม่ได้” เรียกว่าเป็นโพสต์ที่มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก

Read More

ตำรวจเตือนนศ.ทั่วประเทศ คิดก่อนเข้าร่วมแฟลชม็อบ อาจหมดอนาคต

จากกรณีที่นักศึกษาในหลายสถาบันเริ่มนัดรวมตัว FLASHMOB ซึ่งมีทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ทางตำรวจจะมีมาตรการดูแลอย่างไรนั้น โดยรองโฆษกตร. ระบุ นักศึกษาทั่วประเทศ เข้ากิจกรรมFlashmob ที่จัดทั่วประเทศ ถือเป็นสิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ต้องไม่มีลักษณะปลุกปั่น กระทบความมั่นคง ละเมิดสิทธิคนอื่น ย้ำ ตำรวจทุกโรงพักพร้อมเข้าดูแล ความปลอดภัย รวมถึงสังเกตุพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม ทางตำรวจในทุกพื้นที่ที่มีการจัดการชุมนุม จะคอยกำกับดูแลความสงบเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แทรกซ้อน หรือเหตุสุ่มเสี่ยงต่างๆ การจัดกำลังตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เข้าไปดูแล เพื่อดูแลจัดการจราจร และรักษาความสงบเรียบร้อยให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาทั่วไปในละแวกพื้นที่จัดงานกิจกรรม รวมถึงเก็บข้อมูลว่าเป็นการกระทำดังกล่าว ที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไปกระทบกับผู้อื่น เช่น การชุมนุม ในลักษณะแบบนี้จะต้องขออนุญาต ก่อนหรือไม่ หรือ เป็นการเข้าข่ายต่อการปลุกระดมหรือไม่ หรือแม้แต่การสืบสวนหาข่าวของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดี ที่อาจสร้างสถานการณ์ในขณะที่มีการชุมนุม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในสังคมมากที่สุดในทุกๆ มิติ

Read More

“WHO”เตือนทุกประเทศเตรียมรับมือ โควิด-19จ่อระบาดทั่วโลก ยอดติดเชื้อทะลุ 8 หมื่นคน

ต้องบอกเลยว่า หลายๆประเทศกำลังจับตามองการระบาดของโควิดเป็นอย่างมาก หลังจากที่ตอนนี้เกาหลีใต้มีการติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และมียอดผู้เสียชีวิต 8 คนแล้ว ทำให้ตอนนี้องค์การอนามัยโลก ขอให้ ทุกประเทศเตรียมพร้อม (WHO) องค์การอนามัยโลก ระบุว่า การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19ในจีนพุ่งถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่เตือนว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศ หรือดินแดนอื่นๆ เป็นสถานการณ์ที่ น่ากังวลอย่างมาก และทุกประเทศควรเตรียมพร้อมสำหรับ การระบาดใหญ่ นายทีโดรส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการ WHO ระบุว่า การระบาดของไวรัส COVID-19 ในจีน พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 23 ม.ค -2 ก.พ ที่ผ่านมา และจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีน ก็ลดลงอย่างต่อเนื่องนับแต่นั้นเป็นต้นมา ไวรัสชนิดนี้สามารถควบคุมได้ นายเกเบรเยซุส กล่าว พร้อมแสดงความชื่นชมต่อจีน ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่รุนแรงกว่านี้ ด้วยการดำเนินการเหนือความคาดหมาย สั่งปิดเมือง และกักโรค ทั้งภายในเมืองที่ศูนย์กลางการระบาด และเมืองที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่การพบผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในส่วนอื่นๆ ของโลกนั้น ทำให้เกิดมาตรการเข้มงวดในทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้น โดยอิตาลีสั่งปิด 11 เมือง และเกาหลีใต้ สั่งให้ประชาชนทั้ง 2.5 ล้านคนในเมืองแทกู อยู่แต่ภายในบ้านพัก หลังจากที่พบจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นอย่างมาก และอย่างรวดเร็ว ซึ่งล่าสุดพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 893 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 คน การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังแพร่กระจายไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อครั้งแรก ในอัฟกานิสถาน บาห์เรน อิรัก คูเวต และโอมาน จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทั่วโลก นับถึงเวลา 11.00 น. วันนี้ (25 ก.พ.) อยู่ที่…

Read More

หนุ่มใหญ่ เครียดปัญหาหนี้สิน ผูกคอดับสลดบ้านลูก

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 พ.ต.ท.บุญณรงค์ รัตนโกศัย สว.(สอบสวน) สภ.พรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตที่หลังบ้านเลขที่ 104/1 หมู่ 6 ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร โรงพยาบาลพรหมคีรี และและเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบศพนายบรรทิศ กรรณสุทธิ์ อายุ 51 ปี ผูกคอกับขื่อหลังบ้าน สวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขายาวสีดำ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 4-6 ชม. โดยมีเก้าอี้พลาสติกตั้งอยู่ใกล้ศพ เจ้าหน้าที่จึงนำศพลงมาทำการชันสูตร จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายทำธุรกิจรับซื้อเศษยางพารา ปกติไม่ได้อยู่ที่บ้านเกิดเหตุ แต่ไปอยู่บ้านของภรรยาอีกคน ก่อนกลับมาขออยู่ที่บ้านของลูกชั่วคราว เมื่อคืนทุกคนในบ้านนอนหลับกันหมด กระทั่งตื่นเช้าขึ้นมาพบนายบรรทิศใช้เชือกผูกคอเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ พ.ต.ท.บุญณรงค์ รัตนโกศัย สว.(สอบสวน) สภ.พรหมคีรี ระบุว่า สาเหตุการตายยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เบื้องต้นญาติบอกว่า น่าจะมาจากปัญหาภายในครอบครัว รวมทั้งปัญหาธุรกิจเกี่ยวกับการรับซื้อเศษยางพาราจนประสบกับภาวะขาดทุนและยังมีหนี้สินอีก ทำให้เกิดความเครียด จึงออกจากบ้านภรรยาอีกคน แล้วมาผูกคอเสียชีวิตที่บ้านลูก หลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วจึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป

Read More

ชัชชาติมาแล้ว ให้กำลังใจอนาคตใหม่ ขอจงพลัง ศรัทธา ความหวัง

เป็นอีกหนึ่งประเด้นที่กำลังร้อนแรงอยู่ขณะนี้ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 10 ปี ทางแกนนำพรรคต่างเข้าไปหารือถึงท่าทีหลังจากนี้ภายในที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ถนนเพชรบุรี กทม. ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 63 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม โพสต์เฟซบุ๊กให้กำลังใจแกนนำพรรคอนาคตใหม่ได้ระบุข้อความว่า ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้บริหารและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทุกท่านนะครับ ขอให้พลัง ศรัทธา ความหวัง ยังคงอยู่และเพิ่มทวีคูณขึ้น ทุกอุปสรรคจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น โพสต์ดังกล่าว

Read More

เปิดใจเมียผู้พัน เหยื่อจ่าคลั่ง ยันไม่ได้โกง ไม่เคยกดขี่ลูกน้อง ชี้นายหน้าคือต้นเหตุ

เมียผู้พัน

จากกรณีการณ์ จ.ส.อ. จักรพันธ์ ถมมา ใช้อาวุธปืนกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 20 คน และบาดเจ็บหลายราย ยิงกราดตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาคือ พ.อ. อนันต์ฐโรจน์ กระแส อายุ 48 ปี สังกัด กรมสรรพวุธ 2 นางอนงค์ มิตรจันทร์ อายุ 65 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ โดยต่อมาคนร้ายถูกวิสามัญ เสียชีวิตภายในห้างเทอร์มินอล 21 นครราชสีมา มีเสียงปืนดังสนั่นหลายนัด โดยเจ้าหน้าที่ชุดหนุมานของกองปราบ วิสามัญฆาตกรรม จ.ส.อ. จักรพันธ์ บริเวณฟู้ดแลนด์ โซนA ชั้น LG ชั้นใต้ดินของห้าง พบคนร้ายมีอาวุธติดตัวจำนวนมาก วันที่ 10 กุมภาพันธ์ นางพรลภัทร์ มิตรจันทร์ ภรรยาของ พ.อ. อนันต์ฐโรจน์ กล่าวว่า ตนเองขอเรียนชี้แจงปมทั้งหมดที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า ปมเกิดจากสาเหตุที่มีการโกงเงินนั้น ขอเรียนว่าตัวเองและครอบครัวไม่ได้ยักยอกโกงเงิน ของจ่าจักรพันธ์ แต่อย่างใด ซึ่งจ่าจักรพันธ์ซื้อบ้านตามโครงการสวัสดิการทหาร ราคา 1500 000 บาท ซึ่งผู้เป็นแม่ของตนเองคือนางอนงค์ จะมีหน้าที่เรื่องทำเอกสาร เมื่อมีการยื่นเรื่องกู้ เหลือส่วนต่าง 5 หมื่นบาท ก็จะต้องคืนจ่าจักรพันธ์ แต่ทาง นางอนงค์ ได้ฝากเงินให้กับนายหน้าโครงการ ซึ่งนายหน้าต้องคืนจ่าจักรพันธ์ แต่ไม่ยอมคืน ทางด้าน พอ อนันทโรจน์ จึงเป็นตัวกลาง ก็เลยเอานายหน้ามาคุยกับจ่าจักรพันธ์ นางอนงค์ยืนยันว่าเงินอยู่กับนายหน้า และระหว่างการนั่งคุยกัน นายจักรพันธ์ได้ถามว่าเงินอยู่ที่ใคร แต่นายหน้าอ้างว่าเงิน 5 หมื่นยังให้จ่ายไม่ได้ ตัว พอ อนันทโรจน์ บอกว่าทำไมไม่ได้ โดยนายหน้าบอกว่าเอาเงินไปเลี้ยงดู ไปกินไปเที่ยวผู้หญิงหมดแล้ว นางพรลภัทร์ กล่าวว่า หลังจากนั้นตอนเจรจา…

Read More

ยังมีเหยื่อ ถูกทหารคลั่ง ยิงเสียชีวิตอีก 4 ศพ อยู่ในห้าง ยังไม่สามารถนำออกมาได้

เจอ4ศพ

จากกรณีคดีสุดสะเทือนขวัญของคนทั่วประเทศ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ใช้อาวุธปืนกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 20 คน และบาดเจ็บหลายราย ก่อนที่จะขับรถฮัมวี่ออกมายังใจกลางเมืองโคราช จนมาถึงห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 แล้วใช้อาวุธปืนกราดยิงประชาชนบริเวณดังกล่าวจนได้รับเจ็บอีกจำนวนมาก โดยล่าสุดวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 63 มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงประชาชนในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะเดียวกันช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปจับตัวคนร้าย และเข้าไปช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ข้างในห้างเทอร์มินอล 21 และเกิดการยิงปะทะเกิดขึ้น จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราช อัพเดทล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้มีการร้องขอโดรนเพื่อหาพิกัดคนร้าย เนื่องจากโดรนของเจ้าหน้าที่ถูกคนร้ายยิงพังไป 2 ลำ แล้วบินวนสังเกตการณ์ กระทั่งพบว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 4 ศพ อยู่ที่ชั้น G ของห้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปลำเลียงออกมาได้ เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจจะยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการสูญเสียขึ้นมาได้

Read More

อัพเดทล่าสุดผ่านไปแล้ว 15 ชม. คนร้ายยังอยู่ในห้าง พร้อมผู้ติดอยู่ด้านในอีกจำนวนหนึ่ง

กราดยิง

อัพเดทติดตามสถานการณ์กันอย่างต่อเนื่องสำหรับเหตุการณ์ระทึกกราดยิงกลางห้างโคราช โดยล่าสุดความคืบหน้า อัพเดทโดยเพจ Korat เมืองที่คุณสร้างได้ ณ เวลาขณะนี้ 07:10 น. คนร้ายยังอยู่ในห้าง พร้อมผู้ติดอยู่ด้านในอีกจำนวนหนึ่ง พิกัดบริเวณชั้น LG ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต ตามข้อมูลล่าสุด และก่อนหน้านั้น เวลาประมาณ 6:30 น. เหตุการณ์เงียบมาก หลังจาก 05:30 น. ตอนนี้ เหตุการณ์ สงบเงียบมาก ไม่มีเสียงปืน หรือความเคลื่อนไหวใดๆ จนถึง ณ เวลานี้ ทราบเพียงว่าผู้ก่อเหตุยังอยู่ด้านในตัวห้าง ขอให้ทุกท่านปลอดภัย โพสต์ดังกล่าว ขอให้ทุกคนปลอดภัย SAVEโคราช ขอให้สถานการณ์จบลงด้วยดีไม่มีใครได้รับความสูญเสียอีก ขอบคุณ โคราช เมืองที่คุณสร้างได้

Read More