ใครติดต่อธนาคารแล้ว เช็คด่วนเลย สถานะเปลี่ยนเป็นสีเขียว

0
149
สถานเปลี่ยน

สำหรับกลุ่มทบทวนสิทธิ์ ที่ตกค้างยังไม่ได้รับเงิน และเป็นกลุ่มสุดท้าย กว่า 100,000 คน ล่าสุด ผู้อำนวยการ.สศค. แจงผลการดำเนินโครงการเราไม่ทิ้งกัน 5,000 บาทตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึง 20 พฤษภาคม 63 ประสบผลสำเร็จแล้ว 99 % จากจำนวนผู้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองคุณสมบัติรวม 22.3 ล้านราย ส่วนที่เหลืออีก 1%

จะเป็นการทำงานต่อเนื่องสำหรับกลุ่มผู้ขอทบทวนสิทธิ์ 2.4 แสนราย ขณะที่ 7 แสนราย จะไม่ได้รับสิทธิตามโครงการ ขอร้องผู้ลงทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์แต่บัญชีเงินฝากยังมีปัญหาในการรับโอนเงินอีก 100,000 ราย รีบผูกพร้อมเพย์กับเลขที่บัตรประชาชนโดยด่วน ระบุ 22 พฤษภาคมนี้ เตรียมส่ง SMS เรียกผู้ขอทบทวนสิทธิ์ที่เจ้าหน้าที่ฯ ติดต่อไม่ได้อีก 1.6 แสนราย ให้รายงานตัวที่สาขาแบงก์กรุงไทยให้ทัน 29 พฤษภาคมนี้

ด้านรายละเอียดภาพรวมการดำเนินงานตามโครงการมาตรการ จะมียอดรวมของผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 28.8 ล้านราย โดยมีการลงทะเบียนซ้ำ 4.8 ล้านราย และลงทะเบียนไม่สำเร็จ 1.7 ล้านราย ทำให้มีผู้ลงทะเบียนที่เข้าสู่ขั้นตอนการคัดกรองตามหลักเกณฑ์จำนวน 22.3 ล้านราย โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์ 15 ล้านราย ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิจะมี 7 ล้านราย และอยู่ระหว่างการดำเนินการทบทวนสิทธิ 2.4 แสนราย

สำหรับกลุ่มผู้ผ่านเกณฑ์ 15 ล้านรายนั้น กระทรวงการคลังได้โอนเงินให้แล้ว 14.2 ล้านราย ส่วนที่เหลือ 7 แสนรายนั้น จะได้รับการโอนเงินได้ครบถ้วนทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้ โดยจะมีรอบการโอนวันที่ 21 พ.ค. 63 จำนวน 2.3 แสนราย และวันที่ 22 พ.ค. 63 จำนวน 4.4 แสนราย

ส่วนกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่ได้รับสิทธิ์และกระทรวงการคลังได้โอนเงินไปแล้วแต่ไม่สำเร็จด้วยเหตุผลบัญชีของผู้รับมีปัญหาในเรื่องบัญชีไม่ตรงกับชื่อนามสกุลที่ลงทะเบียน บัญชีถูกปิด หรือไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับหมายเลขประจำตัวประชาชนอีกราว 1 แสนรายนั้น กระทรวงการคลังแนะนำว่า ให้รีบดำเนินการผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นช่องทางที่สะดวกที่สุด โดยไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมอีก

เนื่องจาก คลังจะมีการตรวจสอบและโอนเงินซ้ำให้ใหม่เป็นประจำทุกๆสัปดาห์ โดยโอนให้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง คือ วันอังคารและวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม ยังกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่ไม่ได้รับสิทธิ 7 ล้านราย ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 4 กลุ่มย่อย คือ

กลุ่ทที่ 1 ผู้ไม่เคยขอทบทวนสิทธิเลยตั้งแต่ต้น 4.8 ล้านราย

กลุ่มที่ 2 ผู้ไม่ผ่านการขอทบทวนสิทธิ 1 ล้านราย

กลุ่มที่ 3 ผู้ยกเลิกการลงทะเบียนหรือยกเลิกการขอทบทวนสิทธิด้วยตนเอง 9 แสนราย

กลุ่มที่ 4 ผู้ที่กระทรวงการคลังขอข้อมูลการประกอบอาชีพเพิ่มเติม แต่ไม่ได้เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมภายในเวลาที่กำหนดประมาณ 3 แสนราย

นายลวรณ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงงานคงค้างที่กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการในเวลานี้อีก 1% สุดท้ายของจำนวนผู้เข้าสู่การคัดกรองคุณสมบัติตามเกณฑ์นั้น จะอยู่ในกลุ่มที่อยู่ระหว่างการดำเนินการทบทวนสิทธิ 2.4 แสนราย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ผู้ขอทบทวนสิทธิ 8 หมื่นราย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ลงทะเบียนจะได้รับการติดต่อจากทีมผู้พิทักษ์สิทธิเพื่อนัดหมายยืนยันตัวตนและตรวจสอบการประกอบอาชีพตามที่ได้ลงทะเบียนไว้

ทั้งนี้ นายลวรณ ระบุเพิ่มเติมว่า ข้อมูลล่าสุดเมื่อถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 63 ผู้พิทักษ์สิทธิ์ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลอาชีพจากคนกลุ่มนี้แล้ว 2 หมื่นราย ซึ่งทำให้จำนวนผู้ลงทะเบียนขอทบทวนสิทธิในกลุ่มที่ 1 ลดลงเหลือ 6 หมื่นราย

สำหรับกลุ่มที่ 2 ประมาณ 1 แสนราย จะเป็นผู้ขอทบทวนสิทธิซึ่งเคยได้รับการติดต่อจากทีมผู้พิทักษ์สิทธิแล้วแต่ไม่สามารถนัดพบได้หรือที่อยู่จริงในปัจจุบันไม่ตรงกับที่ได้ลงทะเบียนไว้ตอนขอทบทวนสิทธิ ทำให้ผู้พิทักษ์สิทธิไม่สามารถเจอตัวได้

และกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ผู้พิทักษ์สิทธิได้พยายามติดต่อไปหาแล้วหลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้จำนวน 6 หมื่นราย อย่างไรก็ตาม ผู้ขอทบทวนสิทธิในกลุ่มที่ 2 และ 3 รวม 1.6 แสนรายนี้ กระทรวงการคลังจะมีการส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้งในวันที่ 22 พฤษภาคม 63 และขอให้ไปติดต่อที่สาขาธนาคารกรุงไทยที่สะดวกที่สุด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ชาวโซเชี่ยลได้แบ่งปันเรื่องราวที่ตนเองค้างอยู่สถานะทบทวนสิทธิ์มาเกือบเดือนกว่า และได้ไปติดต่อกรุงไทยปรากฏว่าสถานะเปลี่ยนเร็วมาก จากขอทบทวนกลายเป็นรอรับเงินแล้ว

อย่าลืมผูกพร้อมเพย์ไว้รอรับเงินด้วยครับ

ผู้พิทักษ์หาตัวไม่เจอต้องยืนยันที่ธนาคารกรุงไทย

อย่างไรก็ตาม หากใครที่สถานะไม่เปลี่ยน ก็ลองไปติดต่อธนาคารดูนะครับ สิ่งที่ต้องเตรียมไปให้พร้อม

1)รูปถ่ายยืนยันอาชีพของเรา

2)สำเนาบัตรประชาชน พร้อมบัตรตัวจริง

3)สำเนาสมุดบัญชี

เพียงเท่านี้ รอไม่เกิน 3 วันสถานะก็จะเปลี่ยนเป็นรอรับเงินแล้วครับ

ขอบคุณที่มา กระทรวงการคลัง