น้ำตาตกใน เกษตรกรที่มีประกันสังคม ร้องขอเงินเยียวยา 5000

0
109
ชาวนา

หลังจากที่กระทรวงการคลังอนุมัติให้ข้าราชการที่เป็นเกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือนั้น ชาวเกษตรกรที่มีประกันสังคมกลับถูกปัด ไม่ให้ได้รับเงินช่วยเหลือ โพสต์ขอความเห็นใจจาก เฉลิมชัย ช่วยรัฐขอสิทธิ์เยียวยาเกษตรกร หลังตรวจสอบสถานะ ไม่ได้รับสิทธิ์ เราไม่ทิ้งกัน

ซึ่งบางรายเมื่อตรวจสอบสิทธิ์ถูกระบุอยู่ในกลุ่มที่มีสิทธิขึ้นทะเบียนว่างงาน ประกันสังคม เยียวยาเกษตรกร วุ่น ผู้ขอสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาประกันสังคม และ เราไม่ทิ้งกัน ที่ไม่ได้สิทธิ์แห่ขอรับสิทธิ์ หลังตรวจสอบสถานะพบสถานะเป็นเกษตรกร แต่เมื่อตรวจสอบสิทธิ์เกษตรกร กลับพบว่าพบว่า เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม

บางรายระบุถ้าขอสละสิทธิ์ประกันสังคมมารับเงิน 5,000 บาท ในสัดส่วนนี้ได้หรือไม่ จากสถานการณ์ COVID ทำให้รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ หวังบรรเทาทุกข์ให้หลากหลายอาชีพทั้งในรูปแบบต่างๆ โดยเลือกช่วยผู้ที่อ่อนแอที่สุดก่อน เป็นลำดับแรก

ล่าสุด ในโพสต์เฟสบุคส์ ของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการร้องขอในกลุ่มของเกษตรกรที่มีประกันสังคมพ่วงด้วย เพราะตอนนี้ก็เดือดร้อนไม่ต่างจากเกษตรกรคนอื่นๆ หรือถ้ายอมสละสิทธิ์ประกันสังคม แล้วจะได้รับเงินเกษตรกรเดือนละ 5,000 บาทหรือไม่

บางรายเมื่อลงทะเบียนขอรับเงิน 5,000 บาท จากมาตรการเราไม่ทิ้งกัน ระบบกลับแจ้งมีการ สถานะเกษตรกร แต่เมื่อยื่นขอรับสิทธิ์เงินเยียวยาเกษตรกร เมื่อตรวจสอบไปที่ www.เยียวยาเกษตรกร.com ก็ระบุว่าเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม จึงไม่ได้รับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐบาลเช่นกัน

ข้าราชการได้ แต่เรามีประกันสังคมกลับไม่ได้เงินถูกตัดสิทธิ์ทั้งสองทางทั้งเงิน เราไม่ทิ้งกัน ทั้งเงินเกษตรกร ขอความเห็นใจให้กับพวกเราด้วยพวกเราก็เดือดร้อนไม่ต่างกัน ที่สำคัญพวกเราเป็นคนไทยมีบัตรประชาชน

ขณะที่บางรายโพสต์ว่า ไม่เคยไปยื่นทะเบียนว่างงานกับสำนักงานประกันสังคม แต่เมื่อตรวจสอบสถานะเยียวยาเกษตรกร กลับมีข้อความตัวอักษรสีแดงขึ้นว่า ไม่ได้รับสิทธิเยียวยา เนื่องจากอยู่ในกลุ่มที่มีสิทธิขึ้นทะเบียนว่างงาน จากสำนักงานประกันสังคม โดยข้อความอื่นๆ

โดยสรุปคืออยากเรียกร้องขอให้ ทบทวนสิทธิ์เยียวยาเกษตรกรใหม่

เรียกได้ว่า น่าเห็นใจเป็นอย่างมากครับเพราะเกษตรกรบางท่าน ต้องไปปรับปรุงทะเบียน ไปเปิดบัญชีใหม่ เพื่ออยากได้รับสิทธิ์ สุดท้ายก็ถูกตัดสิทธิ์เพราะมีประกันสังคม ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาใหม่ด้วยครับ

ขอบคุณที่มา ฐานเศรษฐกิจ