แฉ 1 ในแก๊ง 5 ครู เคยมีเรื่องฉาว เจรจาขอจ่าย 400000 แลกปิดข่าว

0
29
รุมโทรมนักเรียน

จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนใจ 5 ครู พร้อมกับศิษย์เก่า 2 คน รวม 7 คน ข่มขืน 2 นักเรียนหญิง ม.2 อายุ 14 ปี และนักเรียน ม.4 อายุ 16 ปี ล่าสุดนักเรียนหญิง ม.2 เข้าอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดมุกดาหาร แล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม พร้อมกับแม่และยาย ซึ่งนักเรียนหญิง ม.4 เข้ามาอยู่ในความดูแลแล้วก่อนหน้านี้

.

จากนี้ จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู เยียวยา เตรียมเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล โดยนักเรียนหญิง ม.2 จิตใจเข้มแข็งดี ส่วนนักเรียนหญิงม.4 เครียดเพราะข่าวและทั้ง2คน ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน

ขณะที่ชุมชนหลังเกิดเหตุ อยากให้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมโรงเรียน โดยผู้นำท้องถิ่นบ้านดงมอน ต.ดงมอน อ.เมือง จ.มุกดาหาร เล่าเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 ที่ 1 ในแก๊ง 5 ครูว่าเคยมีเรื่องชู้สาวกับหลานสาวของตน แต่ตกลงกันได้ ครูยอมจ่ายเงิน 400,000 บาท เป็นค่าทำขวัญ จากนั้น ครูรายนี้และหลานสาวก็เลิกรากันไป แต่ไม่ได้เป็นคดีความ เนื่องจาก หลานยอมครูเพราะความรัก

ส่วนคดี 5 ครู ข่มขืน 2 นักเรียนหญิง ผู้นำท้องถิ่นบ้านดงมอนรายนี้เล่าว่า ช่วงแรกเคยได้รับการประสานจาก 1 ใน 5 ครู ให้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยแต่ไม่สำเร็จ

ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ แต่รับสายโทรศัพท์นักข่าวและพูดคุยด้วยดีและบอกว่า 1 ใน 5 ครูผู้ต้องหา เคยมีเรื่องชู้สาวกับนักเรียนม.ปลาย แต่เคลียร์ได้ด้วยเงิน 400,000 บาท และมีนักเรียนถูกลวนลามในลักษณะครูเอามือลูบแขนนักเรียน

ขณะที่นายพูนศักดิ์ พระรัตภูมี ศึกษาธิการจ.มุกดาหาร กล่าวว่า ตามกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือกคศ.การสอบสวนวินัยร้ายแรง กำหนดจะต้องแล้วเสร็จภายใน 180 วัน แล้วขยายเพิ่มได้อีก 60 วัน รวมแล้วไม่เกิน 240 วัน

แต่คดี 5 ครูข่มขืน 2 นักเรียนหญิงเป็นคดีสะเทือนใจ ศึกษาธิการจ.มุกดาหารจึงจะพยายามให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ตามกฎหมาย ของ กคศ หนึ่งในคณะกรรมการฯต้องจบนิติศาสตร์ หรือผ่านการอบรมการดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงของ กคศ. เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างถูกต้องเที่ยงธรรม

นายพูนศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนการสอบสวนขณะนี้อยู่ในช่วงวางแนวทางการสอบสวน, การกำหนดประเด็น, เพื่อเตรียมลงพื้นที่เก็บข้อมูล และเมื่อได้บทสรุป จะต้องส่งเอกสารพยานต่างๆ ให้ 5 ครูผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้หาหลักฐานมาชี้แจงหรือโต้แย้ง โทษสูงสุดของการผิดวินัยร้ายแรง คือ

การไล่ออก การสอบสวนวินัยร้ายแรงจะเทียบเคียงกับทางตำรวจหรือหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 22 ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่า ผอ.ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ไม่เกิน 1 เดือนรู้ผล

ทั้งนี้ นายจักราวุธ สอนโกษา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 22 ได้ลงพื้นที่โรงเรียนที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในความดูแล ตรวจความพร้อมการจัดการเรียนการสอน ตรวจสอบบ้านพักครู กล่าวขอโทษสังคม พร้อมแสดงความเสียใจ โดยระบุว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

ขอบคุณที่มา ข่าวสด