เช็คเลย ลูกหนี้บัตรเครดิต ธนาคารไหนบ้าง สามารถพักชำระหนี้ได้

พักชำระหนี้

สำหรับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในตอนนี้ทำให้ร้านค้าหรือสถานที่เสี่ยงหลายแห่งต้องปิดชั่วคราว ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบด้านรายได้ และต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สินหลังสภาพคล่องทางการเงินหายไป โดยเฉพาะคนที่เป็นหนี้ วันนี้เราจึงนำรายละเอียดนหนี้บัตรเครดิต ของธนาคารไหนบ้างที่พักชำระหนี้ โดยมีคร่าวๆดังนี้

ธนาคารกรุงเทพลูกหนี้รายย่อย (สินเชื่อบัตรเครดิต)

  • ผ่อนผันลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติร้อยละ 50
  • ผ่อนผันลดจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องชำระเหลือไม่เกินร้อยละ 10
  • ผ่อนผันยกเว้นดอกเบี้ยจากหนี้ที่ค้างชำระ
  • ผ่อนผันให้ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้ตามยอดเรียกเก็บไม่เกิน 3 รอบบัญชี

ธนาคารกสิกรไทย

  • สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย ถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2563

ธนาคารไทยพาณิชย์

  • สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล พักชำระยอดขั้นต่ำสูงสุด 6 เดือน

ธนาคารกรุงไทย

  • ลูกหนี้บุคคล (สินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคล) พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

บัตรเครดิตกรุงไทย (KTC)บัตรเครดิต

  • บัตรเครดิตประเภทแพลตทินัม ลดชำระขั้นต่ำจาก 10% เป็น 5% ระยะเวลาถึงสิ้นปี 2563 จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
  • บัตรกดเงินสด ยังไม่เข้าร่วมโครงการ (ชำระขั้นต่ำ 3% เช่นเดิม)

ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ: ติดต่อ Call Center และแจ้งหมายเลขบัตรเครดิต

ธนาคารกรุงศรีอยุธยาสินเชื่อบุคคล

  • พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน
  • ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด

ธนาคารยูโอบีสินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด

  • ปรับลดอัตราชำระขั้นต่ำ
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
  • ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ (สินเชื่อบุคคล กรณีพิเศษเท่านั้น)

ธนาคารทิสโก้ ลูกหนี้รายย่อย

  • ผ่อนปรนการชำระเงินต้นชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือน
  • ลดภาระการผ่อนชำระ
  • ขยายระยะเวลาการชำระหนี้
  • ลดค่าธรรมเนียม

ธนาคารธนชาต

  • สินเชื่อบุคคลธนชาต : พักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน
  • บัตรเครดิตธนชาต : ลดยอดชำระขั้นต่ำเหลือ 5% หรือ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน
  • บัตรกดเงินสด Flash Plus ลดยอดชำระขั้นต่ำเหลือ 1% หรือ 100 บาท สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

ธนาคารทหารไทย

  • สินเชื่อบัตรเครดิต: ยกเว้นการชำระยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิต เป็นเวลา 3 รอบบัญชี นับจากวันที่ลูกค้าโทรติดต่อเข้ามาแจ้งความประสงค์ โดยลูกค้าสามารถเริ่มชำระยอดใช้จ่ายบัตรเครดิต ตั้งแต่รอบบัญชีที่ 4 เป็นต้นไป
  • สินเชื่อบุคคล:พักชำระหนี้ (เงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)) ได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ หรือ/และ ขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้เพิ่มขึ้นอีก 3 เดือน หรือ จนกว่าจะชำระคืนเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) ครบถ้วน
  • บัตรกดเงินสด: ยกเว้นการชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) ได้สูงสุดไม่เกิน 3 รอบบัญชี ตั้งแต่รอบบัญชีที่ 4 ลูกค้ากลับมาชำระหนี้ตามปกติ

ธนาคารเกียรตินาคินลูกหนี้รายย่อย

  • พักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน
  • ส่วนลดดอกเบี้ย
  • ขยายระยะเวลาชำระหนี้

ธนาคารออมสินลูกค้าบัตรเครดิต และสินเชื่อบัตรเงินสด

  • ลูกค้าธนาคารออมสิน (ไม่เป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน) : ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต ลดเหลือ 5% และสินเชื่อบัตรเงินสด ลดเหลือ 3% (ระยะเวลา 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2563)
  • โครงการ Refinance ลูกหนี้ดี สินเชื่อบัตรเครดิต โดยรวม หนี้ตั้งแต่ 1 สถาบันการเงินขึ้นไป ให้มารวมหนี้ไว้ที่ธนาคารออมสิน โดยลูกค้าต้องมีประวัติการชำระหนี้ดีย้อนหลัง 12 เดือน และไม่มีประวัติการผ่อนชำระล่าช้ามากกว่า 30 วัน โดยมีอัตราดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ย 8.5% – 10.5% ต่อปี วงเงินสูงสุด 100,000 บาท ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 4 ปี (ระยะเวลาโครงการ 1 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2563)
  • ลูกค้าธนาคารออมสินที่ค้างชำระ เปลี่ยนหนี้บัตรเครดิต และบัตรเงินสดเป็นเงินกู้ที่มีระยะเวลาผ่อนชำระ และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 8.5% – 10.5% ระยะเวลาผ่อน 4 ปี (ระยะเวลาลงทะเบียน 16 มีนาคม 2563 – 30 มิถุนายน 2563)

ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ.ลูกหนี้รายย่อย (บัตรเครดิตซิตี้ บัญชีซิตี้ เรดดี้เครดิต และสินเชื่อบุคคลซิตี้)

  • ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
  • ผ่อนผันยกเว้นดอกเบี้ยและค่าติดตามทวงถามหนี้จากหนี้ที่ค้างชำระ
  • ผ่อนผันลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติและลดจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องชำระ (กรณีมีความประสงค์ที่จะปิดสินเชื่อบัตรเครดิตซิตี้ หรือสินเชื่อซิตี้ เรดดี้เครดิต)

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและบริษัทในเครือกำหนด

เป็นมาตรการช่วยเหลือลูกนี้หนี้รายย่อยทั้ง “สินเชื่อบุคคล” และ “สินเชื่อบัตรเครดิต” จากธนาคารต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณา “พักชำระหนี้” เมื่อตกอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ เพื่อไม่ให้เสียเครดิตในอนาคต และข้อมูข้างต้นนั้นเป็นข้อมูลคราวๆ

อ่านเพิ่มเติม

ขอขอบคุณที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

Related posts